(บทที่ 1 ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ไฟล์ .Pdf )
วิทยาศาสตร์ หมายถึง องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งจัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน และใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการเสาะแสวงหาความรู้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสังเกต ศึกษาและทดลอง
วิทยาศาสตร์ หมายถึง องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งจัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน และใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการเสาะแสวงหาความรู้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสังเกต ศึกษาและทดลอง
เทคโนโลยี หมายถึง การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์สาขาอื่นๆ
มาผสมผสานเพื่อประยุกต์ใช้ตอบสนองต่อเป้าหมายตามความต้องการเฉพาะอย่างตามประโยชน์
ด้วยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ในการผลิตและจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีจึงมักจะมีคุณประโยชน์และเหมาะสมเฉพาะเวลาและสถานที่ หากเทคโนโลยีนั้นสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม
เทคโนโลยีนั้นจะเกื้อกูลเป็นประโยชน์ต่อบุคคลและส่วนรวม หากไม่สอดคล้องกัน
เทคโนโลยีนั้นๆ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย
ความแตกต่างระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของความรู้ ความเข้าใจธรรมชาติ
โดยมีจุดมุ่งหมายในการแสวงหาความรู้อย่างมีระบบ ปราศจากอคติ ปราศจากผลตอบแทน ส่วนเทคโนโลยีเป็นเรื่องของการนำความรู้
ความเข้าใจธรรมชาติ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
โดยมุ่งแสวงหากระบวนการและรูปแบบในการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม เพื่อประโยชน์ทั้งต่อบุคคลและส่วนรวม
การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง บางสมัยอาจมีการพัฒนาที่เชื่องช้า
แต่บางสมัยอาจมีการพัฒนาที่รวดเร็วมาก การแบ่งสมัยของการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สามารถแบ่งได้เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยดึกดำบรรพ์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม
และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยปัจจุบัน
การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะสำเร็จได้อยู่ที่การจัดสรรปัจจัยในการดำเนินการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมซึ่งมีปัจจัยต่างๆ
ดังนี้ ความก้าวหน้าทางวิชาการ ทรัพยากร การลงทุนและลักษณะทางเศรษฐกิจ
บรรยากาศทางการเมืองและการปกครอง ความตระหนักของสังคม และคุณภาพของประชากร
และการวางแผนในระดับชาติ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง
เนื้อหาของวิทยาศาสตร์ที่มีการค้นพบสะสมกันมาเป็นความรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อพบว่ามีความรู้ใหม่เหมาะสมกว่า
ดีกว่า ถูกต้องกว่า
กฎหรือทฤษฎีที่รวบรวมไว้ก็จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนไปให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
วิทยาศาสตร์จึงเป็นความรู้ที่มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่
จนถึงขั้นนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาในการผลิตในระบบโรงงาน
การผลิตสินค้าและบริการต่างๆ กลายเป็นเทคโนโลยี (Technology)
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะไม่มีคุณค่าถ้าหากปราศจากเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงและเทคโนโลยีที่ปราศจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน
ก็ไม่สามารถจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
ถ้าจัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นธรรมชาติวิทยา
หรือวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Science) ก็จะแบ่งเป็นสองสาขาใหญ่ๆ คือ วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
ซึ่งวิทยาศาสตร์กายภาพ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ธรณีวิทยา ดาราศาสตร์
และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้แก่
วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์
รวมทั้งเกษตรศาสตร์ด้วยมีวิชาใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายวิชา
ด้วยการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์สองวิชาหรือมากกว่าสองวิชามารวมกันวิทยาศาสตร์ประยุกต์
(Applied Science) เช่น ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ ชีวเคมี
เคมีฟิสิกส์ สมุทรศาสตร์ธรณี วิศวกรรมพันธุศาสตร์ เป็นต้น
ทำให้เกิดความรู้หลากหลายขึ้นเพื่อเพิ่มประโยชน์การนำไปใช้มากขึ้น
กระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เจตคติทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของนักวิทยาศาสตร์ทุกคน
ซึ่งมันจะมีอิทธิพลต่อการคิดการกระทำและการตัดสินใจตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์
เจตคติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดขึ้นในจิตใจของนักเรียนและนักศึกษา
เพราะมันมีลักษณะเป็นลักษณะนิสัย ลักษณะจิตใจ ลักษณะการคิด และจริยธรรมของนักวิทยาศาสตร์จึงอาจกล่าวได้ว่า
เจตคติทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งกำกับการคิด การกระทำ
การตัดสินใจในการปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) เป็นวิธีสืบเสาะหาความรู้ของนักวิทยาศาสตร์แบบมีลำดับขั้นตอนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ทุกคนจะคล้ายกัน
คือ เมื่อพบปัญหาแล้วนักวิทยาศาสตร์จะใช้วิธีการแก้ปัญหาในแนวทางเดียวกัน
โดยจะมีการเริ่มต้น ณ จุดๆ หนึ่ง แล้วทำต่อเนื่องกันไปตามลำดับขั้น
จนถึงสุดท้ายก็จะครบวงจรของการแก้ปัญหา ถ้าอยากจะตรวจสอบใหม่ ณ จุดใด
ก็สามารถจะตรวจสอบได้ตามวงจรนั้น
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science Process Skill) เป็นทักษะทางสติปัญญา
(Intellectual Skills) ที่นักวิทยาศาสตร์และผู้ที่นำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหาใช้ในการศึกษาค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหาต่างๆ
ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคน
จะต้องเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา
เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการทางด้านความรู้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้บุคคลในสังคมรู้จักวิธีการคิดอย่างมีเหตุผล
มีวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีระบบ อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา
ซึ่งวิธีการคิดนั้นเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้อยู่ใน “กระบวนการแสวงหาความรู้”
ขั้นตอนของการแก้ปัญหาโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
ได้แก่ ขั้นสังเกต ขั้นระบุปัญหา ขั้นตั้งสมมติฐาน ขั้นการทดลอง และขั้นสรุปผลการทดลอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น